บินตรงลงสมุยมักแพงเพราะสายการบินหลักมีเจ้าเดียว — แต่เส้นทางคลาสสิกของแบ็กแพ็กเกอร์ยังอยู่ครบ: รถบัส รถไฟ หรือบินลงสุราษฎร์ แล้วต่อเรือเฟอร์รี่จากดอนสักอีกราว 1.5–2 ชั่วโมงก็ถึงเกาะ เทียบทุกแบบพร้อมราคาและเวลาก่อนกดจอง
เกาะสมุยไม่มีสะพานเชื่อมฝั่ง ใครไม่บินก็ต้องลงเรือ และท่าหลักของเรือใหญ่คือ ท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์/สถานีรถไฟ/สนามบินราว 60–70 กม. (นั่งรถต่ออีกราว 1–1.5 ชม.) ฟังดูซับซ้อน แต่ของจริงง่ายกว่าที่คิด เพราะระบบ "ตั๋วต่อ" ของไทยทำมานานมาก — ซื้อตั๋วใบเดียวจากกรุงเทพหรือจากสุราษฎร์ แล้วรถกับเรือจะรับช่วงต่อกันจนถึงเกาะ บนเกาะเองไม่มีรถไฟหรือรถไฟฟ้า (สถานีรถไฟใกล้สุดคือสุราษฎร์ธานีบนฝั่ง) ดังนั้นวางแผนแค่สองช่วง: มาถึงฝั่งยังไง แล้วลงเรือลำไหน
ท่าเรือเฟอร์รี่ใหญ่ฝั่งตะวันออกของสุราษฎร์ มีเรือของ Raja Ferry และ Seatran Ferry วิ่งสลับกันแทบทั้งวัน ข้ามไปสมุยราว 1.5–2 ชม. รับทั้งคนเดินขึ้นเรือและรถยนต์/มอเตอร์ไซค์ ตั๋ว combo รถ+เรือส่วนใหญ่มาลงเรือที่นี่
หัวใจของการมาสมุยแบบประหยัดคือตั๋วต่อใบเดียว — รถทัวร์กลางคืนจากกรุงเทพถึงท่าเรือ, รถไฟนอนลงพุนพินแล้วต่อรถ+เรือ, หรือบินโลว์คอสต์ลงสุราษฎร์ (URT) แล้วต่อรถ+เรือ ทุกสูตรจบที่ท่าเรือฝั่งตะวันตกของเกาะ (หน้าทอน/ลิปะน้อย) แล้วค่อยต่อรถไปหาด
ทุกสูตรจบด้วยเรือเฟอร์รี่เหมือนกัน ต่างกันที่ช่วงบนฝั่ง — เลือกตามงบ เวลา และความชอบ
สามเจ้าหลักต่างกันทั้งความเร็ว ราคา และท่าที่ขึ้นเกาะ — รู้ก่อนซื้อตั๋วจะวางแผนต่อรถง่ายขึ้นมาก
ชื่อบนตั๋ว combo มักบอกอยู่แล้วว่าได้ลงเรือเจ้าไหน จุดต่างสำคัญคือ ท่าฝั่งเกาะ — Raja ขึ้นเกาะที่ลิปะน้อย (ใต้หน้าทอนลงมาเล็กน้อย) ส่วน Seatran ขึ้นใกล้หน้าทอน ทั้งคู่อยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะ ต่อรถไปหาดเชาเวง/ละไมอีกราว 45 นาที–1 ชม. ส่วน Lomprayah เป็นเรือเร็วต่างสายพันธุ์ วิ่งเส้นชุมพร–เกาะเต่า–พะงัน–สมุยเป็นหลัก เหมาะกับขาที่เที่ยวหลายเกาะ
เจ้าดังของสายเกาะอ่าวไทย วิ่งเชื่อมชุมพร–เกาะเต่า–เกาะพะงัน–สมุย และขายตั๋วรถ+เรือจากกรุงเทพ (มักมีรอบเช้าและรอบค่ำ) เร็วกว่าเรือใหญ่แต่ราคาสูงกว่าและโคลงกว่าวันคลื่นแรง ท่าฝั่งสมุยส่วนใหญ่คือหน้าทอน — เช็กท่าบนตั๋วอีกครั้ง
เรือบรรทุกรถลำใหญ่ วิ่งดอนสัก↔สมุยราวทุกชั่วโมงช่วงกลางวัน ใช้เวลาราว 1.5 ชม. มีห้องแอร์และดาดฟ้า ขึ้นเกาะที่ท่าของ Seatran ใกล้หน้าทอน ตั๋ว combo จำนวนมากใช้เจ้านี้ นิ่งกว่าเรือเร็วในวันคลื่นแรง
เรือบรรทุกรถรุ่นคลาสสิก ราคาประหยัดสุดในสามเจ้า วิ่งดอนสัก↔ลิปะน้อย (สมุย) และดอนสัก↔เกาะพะงันด้วย มีรอบถึงช่วงค่ำ เรือเก่ากว่าและช้ากว่านิดหน่อย ช่วงพีคคนแน่น — แลกกับค่าตั๋วเบาที่สุด
ตัวเลือกโบราณที่ยังมีวิ่งเป็นช่วงๆ: เรือสินค้า+ผู้โดยสารออกจากท่าตัวเมืองสุราษฎร์กลางดึก ถึงหน้าทอนเช้ามืด (~6 ชม.) นอนเบาะรวมบนดาดฟ้า ราคาราวหลักร้อย ได้บรรยากาศแบ็กแพ็กเกอร์ยุค 90 — เช็กกับเอเย่นต์ในเมืองว่ารอบยังวิ่งอยู่ไหมก่อนวางแผน
เส้นทางเรือไปสมุยเดินกันมาหลายสิบปี ระบบค่อนข้างเข้าที่ แต่มี 4 เรื่องที่รู้ก่อนแล้วทริปง่ายขึ้นเยอะ
วันธรรมดานอกฤดูซื้อตั๋วหน้าท่า/หน้าสถานีได้สบาย แต่ช่วงปีใหม่ สงกรานต์ และก่อน–หลังคืน Full Moon Party (คนทะลักผ่านสมุยไปพะงัน) ตั๋วรถไฟนอนและเรือรอบดีๆ หมดจริง จองออนไลน์หรือผ่านเอเย่นต์ล่วงหน้าหลายวัน
สมุยฝนตรงข้ามภูเก็ต — ช่วงมรสุมคือปลายปี พ.ย. หนักสุด วันพายุเรือเร็วมักงดก่อน เรือใหญ่ทนคลื่นกว่าแต่ก็เลื่อนได้ ถ้ามีไฟลต์ระหว่างประเทศต่อ ให้เผื่อวันกันชนไว้หนึ่งวัน ช่วง ม.ค.–เม.ย. และ มิ.ย.–ส.ค. ทะเลมักนิ่งกว่ามาก
ท่าเรืออยู่ฝั่งตะวันตก (หน้าทอน/ลิปะน้อย) แต่หาดดังอยู่ฝั่งตะวันออก — เชาเวง/ละไมต่อรถอีกราว 45 นาที–1 ชม. มีมินิบัสรายคนรอหน้าท่า ส่วนแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ ตกลงราคาก่อนขึ้นเสมอ
เมาเรือง่ายให้กินยาก่อนลงเรือราว 30–60 นาที เลือกที่นั่งกลางลำหรือดาดฟ้ารับลม มองขอบฟ้าไกลๆ (เรือใหญ่นิ่งกว่าเรือเร็ว) ส่วนคืนบนรถทัวร์ เก็บพาสปอร์ต/เงิน/มือถือติดตัว อย่าฝากไว้ในกระเป๋าใหญ่