ลานกว้างริมทะเลที่มีประติมากรรมเกลียวสีแดงสูง 30 เมตรเป็นไอคอนเมืองยุคใหม่ ฉากหลังคือตึก CBD เรียงราย และเมื่อฟ้ามืดทั้งอ่าวก็เปลี่ยนเป็นจอแสงไฟ — เข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
ลองนึกภาพ: คุณยืนอยู่กลางลานกว้างริมอ่าว Fushan ตอนหกโมงเย็น ข้างหน้าคือเสาเหล็กสีแดงสดทรงเกลียวหมุนสูงเท่าตึกสิบชั้น ตัดกับท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีส้มม่วง ข้างหลังเสานั้นคือแถวตึกระฟ้าย่าน CBD ของชิงเต่า และไกลออกไปคือทะเลที่เรือยอชต์จอดเรียงรายอยู่ที่โอลิมปิกเซลลิ่งเซ็นเตอร์ อีกไม่กี่นาทีฟ้าจะมืดสนิท แล้วตึกทั้งอ่าวจะเริ่มสว่างไฟพร้อมกันเป็นจังหวะ
นั่นคือ จัตุรัสซื่อซื่อ (五四广场 May Fourth Square) — ลานสาธารณะขนาดราว 100,000 ตารางเมตร ริมอ่าว Fushan ในเขต Shinan ที่กลายเป็นหน้าตาของ "ชิงเต่ายุคใหม่" ตรงข้ามกับเมืองเก่าหลังคาแดงสไตล์เยอรมันที่อยู่อีกฟากเมือง ด้านเหนือของลานคือตึกศาลาว่าการเมือง ด้านใต้คือทะเล และตรงกลางคือประติมากรรมที่ทุกคนมาถ่ายรูปด้วย
สิ่งที่ทำให้จัตุรัสซื่อซื่อพิเศษคือ: เข้าฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีคิวซื้อตั๋ว ไม่มีเวลาปิด ทั้งคนเมืองและนักท่องเที่ยวมาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกัน — มาเดินเล่นริมทะเล มาถ่ายรูปกับสายลมสีแดง และมารอดูโชว์แสงไฟตอนค่ำ
ทุกอย่างอยู่ในระยะเดินถึงกันรอบอ่าว Fushan — เริ่มจากสายลมสีแดงแล้วไล่ไปทางทะเล
พระเอกของลาน — เสาเหล็กทรงเกลียวหมุนสีแดงสด สูง 30 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 27 เมตร น้ำหนักกว่า 500 ตัน สร้างเพื่อรำลึกถึงขบวนการ 4 พฤษภาคม 1919 ที่มีจุดเริ่มต้นเกี่ยวพันกับชิงเต่า และเป็นที่มาของชื่อจัตุรัส รูปทรงเหมือนลมที่กำลังหมุนวนขึ้นฟ้า สื่อถึงพลังและความมีชีวิตชีวา ถือเป็นประติมากรรมเหล็กกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจีน และเป็นจุดเช็กอินที่ทุกคนต้องถ่าย
หลังฟ้ามืด ตึกระฟ้าที่ล้อมรอบอ่าว Fushan จะกลายเป็นจอแสดงแสงไฟขนาดยักษ์ — ไฟ LED ทั้งอาคารวิ่งเป็นลวดลายและสีสันพร้อมกันตามจังหวะเพลง ว่ากันว่าเป็นโชว์แสงริมทะเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของจีน โดยทั่วไปเล่นช่วงราว 19.30–21.00 น. ในฤดูร้อนและวันหยุด (รอบและเวลาปรับตามฤดู) จุดดูที่ดีคือยืนริมทะเลหันหน้าเข้าหาตึก หรือเดินไปทางโอลิมปิกเซลลิ่งเซ็นเตอร์ที่เห็นทั้งอ่าวสว่างพร้อมกัน
จากลานหลักมีทางเดินเลียบทะเลทอดยาวไปทั้งสองทิศ ฝั่งตะวันออกเดินราว 15–20 นาทีถึงโอลิมปิกเซลลิ่งเซ็นเตอร์ ระหว่างทางมีลาน Lover's Dam (情人坝) เขื่อนหินยื่นลงทะเลที่คนนิยมมาเดินรับลม เป็นเส้นทางเดินเล่นยามเย็นที่สบายมาก ลมทะเลเย็น มองเห็นเรือยอชต์และเส้นขอบฟ้าเมืองพร้อมกัน
ปลายทางฝั่งตะวันออกของอ่าว — มารีน่าที่ใช้แข่งเรือใบในโอลิมปิก 2008 มีหอคบเพลิงโอลิมปิก เรือยอชต์เรียงราย และทางเดินริมน้ำที่เป็นจุดชมโชว์แสงไฟและโดรนยอดนิยม ถ้ามีเวลาแนะนำให้เดินต่อจากจัตุรัสซื่อซื่อมาจบที่นี่ตอนค่ำ จะได้เห็นชิงเต่ายุคใหม่ครบทั้งย่าน
ประติมากรรม "สายลมเดือนพฤษภาฯ" คือภาพจำของชิงเต่า ทุกคนมาที่นี่เพื่อถ่ายรูปกับเสาเกลียวสีแดงต้นนี้ มุมคลาสสิกคือยืนถอยห่างให้เห็นเสาเต็มต้นตัดกับท้องฟ้า หรือถ่ายจากด้านหลังให้ทะเลและตึก CBD เป็นฉาก ช่วงพระอาทิตย์ตกแสงจะอุ่นและสีแดงของประติมากรรมจะสดที่สุด
ถ้าอยากได้รูปแบบคนน้อย ให้มา ตอนเช้าหรือบ่ายวันธรรมดา เพราะช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะมาก โดยเฉพาะฤดูร้อนที่ชิงเต่าเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของคนจีน
นี่คือไฮไลต์ตอนค่ำ — หลังฟ้ามืดสนิท ตึกระฟ้ารอบอ่าวจะเปิดไฟ LED วิ่งเป็นลวดลายพร้อมเพลง โดยทั่วไปช่วงราว 19.30–21.00 น. ในฤดูร้อนและวันหยุด (เวลาและความถี่ปรับตามฤดูกาล วันธรรมดานอกฤดูอาจไม่มีรอบ) จุดยืนดูที่ดีคือริมทะเลหน้าลาน หรือเดินไปทางโอลิมปิกเซลลิ่งเซ็นเตอร์เพื่อเก็บภาพตึกทั้งอ่าวในเฟรมเดียว
ในบางช่วงเทศกาลจะมีโชว์โดรนเสริมด้วย แนะนำเช็กรอบล่วงหน้ากับโรงแรมหรือป้ายประกาศในพื้นที่ เพราะตารางเปลี่ยนตามอีเวนต์
จากจัตุรัสซื่อซื่อ เดินเลียบทางเดินริมทะเลไปทางตะวันออกราว 15–20 นาที ก็ถึงโอลิมปิกเซลลิ่งเซ็นเตอร์ มารีน่าที่ใช้แข่งเรือใบโอลิมปิก 2008 ระหว่างทางผ่านเขื่อน Lover's Dam ที่ยื่นลงทะเล ลมเย็นสบายและมองเห็นเรือยอชต์เต็มอ่าว เป็นเส้นทางเดินเล่นยามเย็นที่คุ้มค่าที่สุดเส้นหนึ่งของเมือง โดยเฉพาะถ้าจับจังหวะให้ตรงกับโชว์แสงไฟ
ถ้าอยากลงทะเลจริงๆ ที่โอลิมปิกเซ็นเตอร์มีบริการนั่งเรือยอชต์ชมอ่าว เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม — เป็นมุมมองชิงเต่าจากกลางน้ำที่หาไม่ได้บนฝั่ง
วิธีที่สะดวกที่สุดคือรถไฟใต้ดิน ซึ่งพาไปลงใกล้ลานได้โดยตรง
ย่านนี้เดินถึงทะเลและตึก CBD ส่วนเมืองเก่าหลังคาแดงอยู่อีกฟากเมือง นั่งรถไฟใต้ดินต่อได้สบาย